วิธีการขอคืนเงินกับทาง Refund Protect

สำหรับการขอเงินคืนกับทาง Refund Protect เจ้าของรายการคำสั่งซื้อจะต้องทำการกรอกแบบฟอร์มพร้อมแนบหลักฐานตามที่ทาง Refund Protect ร้องขอ  โดยคุณสามารถทำตามขั้นตอนดังนี้

หมายเหตุ ทาง Refund Protect จะตรวจสอบข้อมูลจากหลักฐานต่างๆ พิจารณาคำขอคืนเงิน และสรุปผลให้ทราบภายในเวลาที่กำหนด ทั้งนี้การตัดสินใจของทางประกันถือเป็นที่สิ้นสุด

วิธีการขอคืนเงินกับทางประกัน Refund Protect ทางเว็บไซต์

1. ไปที่เมนู My Wallet และไปที่เมนูย่อย "บัตร" จากนั้นกดปุ่ม "ดูรายละเอียด" ของบัตรที่ต้องการขอคืนเงิน

2. หากคำสั่งซื้อนั้นอยู่ภายใต้การคุ้มครองของประกัน จะมีหัวข้อแจ้งว่า "อยู่ในบริการ Refund Protect" กดปุ่ม "ส่งคำร้องขอคืนเงิน" เพื่อดำเนินการส่งคำร้องขอคืนเงินทันที

3. คุณจะพบเงื่อนไขขอเงินคืนกับ Refund Protect  เมื่ออ่านเงื่อนไขแล้วให้คลิกที่  "ส่งคำร้องขอเงินคืน"

4. คุณจะพบหน้ากรอกข้อมูลรายละเอียดสำหรับการขอคืนเงิน กรุณากรอกข้อมูลให้ครบถ้วน  โดยมีรายละเอียดดังนี้

หมายเหตุ เราแนะนำให้คุณกรอกข้อมูลทั้งหมดเป็น  ภาษาอังกฤษ เนื่องจากบริษัทประกันเป็นบริษัทของต่างชาติ

    4.1 ข้อมูลการจองและการติดต่อ (Booking and Contact Information)

  • ชื่อลูกค้า (Customer Name) - โดยปกติระบบจะกรอกข้อมูลส่วนนี้ให้อัตโนมัติ
  • ประเภทการจอง (Type of Booking) - เลือก เหตุการณ์ (Event)
  • ชื่อเหตุการณ์ (Event name) - กรอกชื่องานอีเว้นท์
  • ชื่อสถานที่ (Venue name) - กรอกชื่อสถานที่จัดงาน
  • ที่อยู่อีเมล (Email Address) - กรอกอีเมลของคุณ
  • ยืนยันที่อยู่อีเมล (Confirm Email Address) - กรอกอีเมลของคุณอีกครั้งเพื่อยืนยัน
  • ประเทศบ้านเกิด (Home Country) - เลือก Thailand
  • เบอร์ติดต่อ (Contact number) - กรอกเบอร์โทรศัพท์ของคุณ
  • ที่อยู่บรรทัดที่ 1 (Address Line 1) - กรอกที่อยู่ของคุณ
  • ที่อยู่บรรทัดที่ 2 (Address Line 2) - กรอกที่อยู่ของคุณเพิ่มเติม (กรณีกรอกในบรรทัดที่ 1 ไม่พอ)
  • เมือง (City) - กรอกชื่อจังหวัดของคุณ
  • รหัสไปรษณีย์ (Zip Code) - กรอกรหัสไปรษณีย์ของคุณ  

5. หลังจากกรอกข้อมูลการจองและติดต่อครบถ้วนแล้ว กดปุ่ม "ถัดไป (Next)" ระบบจะพาคุณมายังขั้นตอนถัดไป

   5.1 ขอคืนเงิน (Refund Request)

  • จำนวนตั๋วที่จะขอคืนเงิน (Number of Tickets to Refund) - กรอกจำนวนบัตรที่ต้องการขอคืนเงิน
  • จำนวนเงินคืนทั้งหมด (Total Refund Amount) - กรอกยอดเงินที่คุณชำระ
  • เหตุผลในการคืนเงิน (Refund Reason) - เลือกเหตุผลที่คุณต้องการขอคืนเงิน
  • วันที่เกิดเหตุ (Date of Incident) - เลือกวันที่ที่เกิดเหตุการณ์
  • คำอธิบายการคืนเงิน (Refund Explanation) - กรอกคำอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เช่น หากคุณขอคืนเงินเนื่องจากการเจ็บป่วย คุณจะต้องกรอกว่าคุณป่วยเป็นโรคอะไรและอธิบายสาเหตุที่เข้าร่วมงานไม่ได้ เป็นต้น

6. กดปุ่ม  "ถัดไป (Next)" ระบบจะพาคุณมายังขั้นตอนกรอกข้อมูลบัญชีธนาคาร 

    6.1 ข้อมูลการชำระเงิน (Payment Information)

  • ชื่อเจ้าของบัญชีธนาคาร (Bank Account Holder Name) - กรอกชื่อที่ระบุบัญชีธนาคารเป็นภาษาอังกฤษ

  • ประเทศของธนาคาร (Bank Country) - เลือก Thailand

  • ชื่อธนาคาร (Bank Name) - เลือกชื่อธนาคารของคุณ

  • หมายเลขบัญชีธนาคาร (Bank Account Number) - กรอกเลขบัญชีธนาคารของคุณ

7. หลังจากกรอกข้อมูลครบถ้วนแล้ว คุณจะต้องติ๊กถูกในช่อง  "ฉัน/พวกเรา ยอมรับเงื่อนไขและข้อตกลงตามเอกสารที่แนบนี้ (I/we agreed to the attached Term and Conditions)" จากนั้นกดปุ่ม "ส่ง (Submit)" เพื่อส่งคำร้องขอคืนเงินให้ทางประกัน

ทางเจ้าหน้าที่ของ Refund Protect จะทำการตรวจสอบเอกสาร และแจ้งผลการขอคืนเงินกลับทางอีเมลที่คุณระบุไว้ในลำดับถัดไป

หากคุณมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถติดต่อกับทางทีมของ Refund Protect โดยการส่งแบบฟอร์มผ่านทางเว็บไซต์ https://form.refundable.me/forms/refund


วิธีการขอคืนเงินกับทางประกัน Refund Protect ทางแอปพลิเคชัน

1. ไปที่เมนู "วอลเล็ท" และไปที่เมนูย่อย "บัตร" จากนั้นกดปุ่ม "ดูรายละเอียด" ของบัตรที่ต้องการขอคืนเงิน

2. หากคำสั่งซื้อนั้นอยู่ภายใต้การคุ้มครองของประกัน จะมีหัวข้อแจ้งว่า  "อยู่ในบริการ Refund Protect" กดปุ่ม "ส่งคำร้องขอคืนเงิน" เพื่อดำเนินการส่งคำร้องขอคืนเงินทันที

3. คุณจะพบเงื่อนไขขอเงินคืนกับ Refund Protect  เมื่ออ่านเงื่อนไขแล้วให้คลิกที่   "ส่งคำร้องขอเงินคืน"

4. คุณจะพบหน้ากรอกข้อมูลรายละเอียดสำหรับการขอคืนเงิน กรุณากรอกข้อมูลให้ครบถ้วน โดยมีรายละเอียดดังนี้

หมายเหตุ เราแนะนำให้คุณกรอกข้อมูลทั้งหมดเป็น  ภาษาอังกฤษ เนื่องจากบริษัทประกันเป็นบริษัทของต่างชาติ

   4.1 ข้อมูลการจองและการติดต่อ (Booking and Contact Information)

  • ชื่อลูกค้า (Customer Name) - โดยปกติระบบจะกรอกข้อมูลส่วนนี้ให้อัตโนมัติ
  • ประเภทการจอง (Type of Booking) - เลือก เหตุการณ์ (Event)
  • ชื่อเหตุการณ์ (Event name) - กรอกชื่องานอีเว้นท์
  • ชื่อสถานที่ (Venue name) - กรอกชื่อสถานที่จัดงาน
  • ที่อยู่อีเมล (Email Address) - กรอกอีเมลของคุณ
  • ยืนยันที่อยู่อีเมล (Confirm Email Address) - กรอกอีเมลของคุณอีกครั้งเพื่อยืนยัน
  • ประเทศบ้านเกิด (Home Country) - เลือก Thailand
  • เบอร์ติดต่อ (Contact number) - กรอกเบอร์โทรศัพท์ของคุณ
  • ที่อยู่บรรทัดที่ 1 (Address Line 1) - กรอกที่อยู่ของคุณ
  • ที่อยู่บรรทัดที่ 2 (Address Line 2) - กรอกที่อยู่ของคุณเพิ่มเติม (กรณีกรอกในบรรทัดที่ 1 ไม่พอ)
  • เมือง (City) - กรอกชื่อจังหวัดของคุณ
  • รหัสไปรษณีย์ (Zip Code) - กรอกรหัสไปรษณีย์ของคุณ  

5. หลังจากกรอกข้อมูลการจองและติดต่อครบถ้วนแล้ว กดปุ่ม  "ถัดไป (Next)" ระบบจะพาคุณมายังขั้นตอนถัดไป

   5.1 ขอคืนเงิน (Refund Request)

  • จำนวนตั๋วที่จะขอคืนเงิน (Number of Tickets to Refund) - กรอกจำนวนบัตรที่ต้องการขอคืนเงิน
  • จำนวนเงินคืนทั้งหมด (Total Refund Amount) - กรอกยอดเงินที่คุณชำระ
  • เหตุผลในการคืนเงิน (Refund Reason) - เลือกเหตุผลที่คุณต้องการขอคืนเงิน
  • วันที่เกิดเหตุ (Date of Incident) - เลือกวันที่ที่เกิดเหตุการณ์
  • คำอธิบายการคืนเงิน (Refund Explanation) - กรอกคำอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เช่น หากคุณขอคืนเงินเนื่องจากการเจ็บป่วย คุณจะต้องกรอกว่าคุณป่วยเป็นโรคอะไรและอธิบายสาเหตุที่เข้าร่วมงานไม่ได้ เป็นต้น

6. กดปุ่ม  "ถัดไป (Next)" ระบบจะพาคุณมายังขั้นตอนกรอกข้อมูลบัญชีธนาคาร 

   6.1 ข้อมูลการชำระเงิน (Payment Information)

  • ชื่อเจ้าของบัญชีธนาคาร (Bank Account Holder Name) - กรอกชื่อที่ระบุบัญชีธนาคารเป็นภาษาอังกฤษ
  • ประเทศของธนาคาร (Bank Country) - เลือก Thailand
  • ชื่อธนาคาร (Bank Name) - เลือกชื่อธนาคารของคุณ
  • หมายเลขบัญชีธนาคาร (Bank Account Number) - กรอกเลขบัญชีธนาคารของคุณ

7. หลังจากกรอกข้อมูลครบถ้วนแล้ว คุณจะต้องติ๊กถูกในช่อง  "ฉัน/พวกเรา ยอมรับเงื่อนไขและข้อตกลงตามเอกสารที่แนบนี้ (I/we agreed to the attached Term and Conditions)" จากนั้นกดปุ่ม "ส่ง (Submit)" เพื่อส่งคำร้องขอคืนเงินให้ทางประกัน

ทางเจ้าหน้าที่ของ Refund Protect จะทำการตรวจสอบเอกสาร และแจ้งผลการขอคืนเงินกลับทางอีเมลที่คุณระบุไว้ในลำดับถัดไป

หากคุณมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถติดต่อกับทางทีมของ Refund Protect ที่อีเมล customerexperience@refundable.meและอย่าลืมแนบ Booking Reference Number ในอีเมลด้วย 


เหตุผลในการขอคืนเงิน

ทางประกัน Refund Protect คุ้มครองการขอคืนเงินในกรณีที่ครอบคลุมเท่านั้น ดังนี้

1. Adverse Weather (สภาพอากาศที่เลวร้าย) ใช้หลักฐานสำเนาเอกสารเฝ้าระวังการเดินทางจากหน่วยงานรัฐบาล หรือ เอกสารยืนยันการปิดถนนชั่วคราว (จากกรมอุตุวิทยา หรือ กรมทางหลวง)

2. Armed Forces / Emergency Services Recall (หมายเรียกตัวฉุกเฉินจากกองกำลังติดอาวุธหรือกองทัพ) ใช้หลักฐานเอกสารเรียกตัวของคุณจากหัวหน้าหล่าทัพหรือผู้จัดการโดยตรงเพื่อยืนยันการถูกเรียกตัวฉุกเฉินว่าไม่ใช่เวรตามตารางปกติของคุณ

3. Death (การเสียชีวิต) ใช้หลักฐานใบมรณะบัตร, จดหมายยืนยันจากโรงพยาบาล, หรือเอกสารยืนยันจากแพทย์

4. Emergency circumstance (สถานการณ์ฉุกเฉิน) ใช้หลักฐานข้อมูลของสถานการณ์ฉุกเฉิน, วันที่เกิดเหตุการณ์ และสถานที่เกิดเหตุ

5. Government travel ban (ถูกสั่งห้ามเดินทางโดยรัฐบาล) ใช้หลักฐานการประกาศจากหน่วยงานรัฐ, วันที่ถูกสั่งห้ามเดินทาง, ข้อมูลประเทศที่ถูกสั่งห้าม  

6. Home Emergency (เหตุการณ์ฉุกเฉินในที่พักอาศัย) ใช้หลักฐานแยกตามสาเหตุดังนี้

- Burglary, Flood or Malicious Damage to your home (กรณีปล้น, วาตภัย และการถูกปองร้าย) ใช้หลักฐานใบแจ้งความ, บันทึกประจำวันจากตำรวจ หรือ หลักฐานการยอมรับจากบริษัทประกันภัยที่พักอาศัยของคุณ

- Fire at your home (กรณีอัคคีภัย) ใช้หลักฐานใบแจ้งความ หรือ บันทึกประจำวันจากตำรวจ, ใบรับรองจากเขต หรือ ที่ว่าการอำเภอ, รูปถ่ายสภาพความเสียหาย

7. Illness or Injury (การเจ็บป่วย / บาดเจ็บ) ใช้หลักฐานใบรับรองแพทย์ (ใบรับรองแพทย์จะต้องระบุอาการของคุณ ,มีการยืนยันว่าคุณ หรือ ผู้เข้าร่วมงานในกลุ่มของคุณไม่สามารถเข้าร่วมงานได้, มีใบเสร็จรับเงินค่าใบรับรองแพทย์ (หากคุณต้องการขอเงินคืนในส่วนนี้ด้วย) และวันที่เกิดเหตุ)

8. Court Summons (ถูกเรียกตัวจากศาลในฐานะพยาน) ใช้หลักฐานหมายเรียกจากศาล 

9. Pre-existing Medical Condition (อาการเจ็บป่วยที่สามารถคาดเดาได้ก่อน) ใช้หลักฐานใบรับรองแพทย์ (ใบรับรองแพทย์จะต้องระบุอาการของคุณ ,มีการยืนยันว่าคุณ หรือ ผู้เข้าร่วมงานในกลุ่มของคุณไม่สามารถเข้าร่วมงานได้, หากมีการเปลี่ยนแปลงการรักษาภายใน 2 เดือนระหว่างที่ทำการจองบัตร, มีใบเสร็จรับเงินค่าใบรับรองแพทย์ (หากคุณต้องการขอเงินคืนในส่วนนี้ด้วย) และวันที่เกิดเหตุ 

10. Pregnancy Related Complications (ภาวะแทรกซ้อนระหว่างการตั้งครรภ์) ใช้หลักฐานใบรับรองแพทย์ (ใบรับรองแพทย์จะต้องระบุอาการของคุณ ,มีการยืนยันว่าคุณ หรือ ผู้เข้าร่วมงานในกลุ่มของคุณไม่สามารถเข้าร่วมงานได้, มีใบเสร็จรับเงินค่าใบรับรองแพทย์ (หากคุณต้องการขอเงินคืนในส่วนนี้ด้วย) และวันที่เกิดเหตุ)

11. Public transport Failure (ความผิดพลาดของระบบขนส่งมวลชน) ใช้หลักฐานสำเนาของเอกสารแจ้งเรื่องความผิดพลาดของระบบขนส่งมวลชน (เช่น หนังสือรับรองจากบีทีเอส)

12. Redundancy (ถูกปลดจากงาน) ใช้หลักฐานจดหมายปลดจากการจ้างงานโดยผู้ว่าจ้างของคุณ

13. Relocated for work (การเปลี่ยนสถานที่ทำงาน) ใช้หลักฐานจดหมายยืนยันการย้ายสถานที่ทำงานจากผู้ว่าจ้างงานปัจจุบันของคุณ

14. Scheduled Airline Failure (เที่ยวบินถูกเลื่อน) ใช้หลักฐานสำเนา Booking Confirmation ของคุณ และใบแจ้งการยกเลิกเที่ยวบินจากสายการบิน

15. Theft of tickets (การถูกโจรกรรมบัตร) ใช้หลักฐานบันทึกประจำวันหรือใบแจ้งความจากตำรวจ, ข้อมูลจากบริษัทหรือองค์กรผู้จัดงานที่ยืนยันว่าไม่สามารถเปลี่ยนหรือทดแทนบัตรที่ถูกโจรกรรมได้

16. Vehicle: Mechanical Breakdown/ Accident/ Fire/ Theft (เกิดความเสียหายหรือชำรุดกับยานพาหนะของคุณ) ใช้หลักฐานแยกตามสาเหตุดังนี้

- Breakdown of a Vehicle (ความเสียหาย) ใช้หลักฐานสำเนาเอกสารสินไหมทดแทนโดยบริษัทประกันที่ดูแล

- Vehicle Accident (อุบัติเหตุ) ใช้หลักฐานใบแจ้งความหรือบันทึกประจำวันจากตำรวจ

- Vehicle Fire (อัคคีภัย) ใช้หลักฐานใบแจ้งความหรือบันทึกประจำวันจากตำรวจ, ใบรับรองจากเขตหรือที่ว่าการอำเภอ, รูปถ่ายสภาพความเสียหาย

- Theft of a vehicle (โจรกรรม) ใช้หลักฐานใบแจ้งความหรือใบบันทึกประจำวันจากตำรวจ, หนังสือยินยอมจากบริษัทประกันภัยรถยนตร์ของคุณ

คุณสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเรื่อง สาเหตุที่ขอเงินคืนได้/ไม่ได้ และใช้เอกสารอะไรบ้างใน  นโยบายประกันภัย Refund Protection

ทั้งนี้ หากทางประกันต้องการหลักฐานอื่นๆ เพิ่มเติมประกอบเหตุผลการขอคืนเงิน ทางประกันจะส่งอีเมลแจ้งคุณลูกค้าอีกครั้ง โดยคุณจะต้องตอบกลับและส่งหลักฐานที่เกี่ยวข้องประกอบ  

หากคุณมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถติดต่อกับทางทีมของ Refund Protect ที่อีเมล customerexperience@refundable.me และอย่าลืมแนบ Booking Reference Number ในอีเมลด้วย 

บทความนี้ช่วยเหลือคุณได้หรือไม่? ขอบคุณสำหรับคำตอบ There was a problem submitting your feedback. Please try again later.

ยังคงต้องการความช่วยเหลือ? ติดต่อเรา ติดต่อเรา