วิธีการเคลม Refund Protect

สำหรับการขอเงินคืนกับทาง Refund Protect เจ้าของรายการคำสั่งซื้อจะต้องทำการกรอกแบบฟอร์มพร้อมแนบหลักฐานตามที่ทาง Refund Protect ร้องขอ ทาง Refund Protect จะตรวจสอบข้อมูลจากหลักฐานต่างๆ และสรุปผลให้ทราบภายในเวลาที่กำหนด โดยคุณสามารถทำตามขั้นตอนดังนี้

*เลข Booking Confirmation หาได้จากที่ไหน?
คุณสามารถเช็คเลข Booking Confirmation จากในหน้าเงื่อนไขการขอเงินคืนกับ Refund Protect 

โดยเมื่อเข้าไปที่เมนู My Wallet และไปที่เมนูย่อย "บัตร" คุณจะพบกับรายการสั่งซื้อที่ต้องการเคลมจากนั้นคลิกที่เครื่องหมาย จุด3จุด


จากนั้นจะพบข้อมูลบัตร ให้ท่านเลือกบัตรที่ต้องการเคลม
จากนั้นคลิกที่ "ส่งคำร้องขอเงินคืน"



คุณจะพบเงื่อนไขขอเงินคืนกับ Refund Protect  เมื่ออ่านเงื่อนไขแล้วให้คลิกที่ "ส่งคำร้องขอเงินคืน"


1. นำหมายเลข Booking Confirmation ของคุณมากรอกในช่อง Booking Confirmation Reference จากนั้นคลิกที่ "I'm not a robot" เมื่อระบบตรวจสอบเสร็จแล้วระบบจะขึ้นปุ่ม "Check" ให้กดปุ่มนี้ได้เลย

2. เมื่อกดปุ่ม "Check" แล้ว จะมีแบบฟอร์มให้คุณกรอกรายละเอียดต่าง (สามารถกรอกได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ) โดยการกรอกข้อมูลจะแบ่งเป็นส่วนๆ ดังนี้

2.1 Personal Details เป็นส่วนของข้อมูลผู้ซื้อบัตร โดยอ้างอิงจากชื่อ User บนบัญชีที่ลูกค้าใช้ซื้อบัตร

- Title คือ คำนำหน้าชื่อ Mr. (นาย), Mrs. (นาง) หรือ Ms. (นางสาว)

- Name คือ ชื่อที่ตรงตามบัตรประชาชนของคุณ (หากมีชื่อกลางสามารถกรอกในช่องนี้)

- Surname คือ นามสกุลที่ตรงตามบัตรประชาชนของคุณ 

- Email Address คือ อีเมลที่คุณใช้ในการซื้อบัตร

- Confirm Email Address คือ การกรอกอีเมลเดิมซ้ำอีกครั้งเพื่อยืนยันอีเมล

- Phone Number คือ เบอร์มือถือที่คุณใช้ โดยการกรอกจะต้องเริ่มต้นด้วย +66 แทน 0 และกรอกเบอร์โทรต่อได้ตามปกติ

2.2 Reason For Refund เป็นส่วนของเหตุผลที่ขอเงินคืน โดยคุณจะต้องเลือกเหตุผลที่ขอคืนเงินพร้อมระบุวันที่เกิดเหตุ เมื่อเลือกเหตุผลแล้วระบบจะแสดงเอกสารที่ต้องเตรียมดังนี้

1. Adverse Weather (สภาพอากาศที่เลวร้าย) ใช้หลักฐานสำเนาเอกสารเฝ้าระวังการเดินทางจากหน่วยงานรัฐบาล หรือ เอกสารยืนยันการปิดถนนชั่วคราว (จากกรมอุตุวิทยา หรือ กรมทางหลวง)

2. Armed Forces / Emergency Services Recall (หมายเรียกตัวฉุกเฉินจากกองกำลังติดอาวุธหรือกองทัพ) ใช้หลักฐานเอกสารเรียกตัวของคุณจากหัวหน้าหล่าทัพหรือผู้จัดการโดยตรงเพื่อยืนยันการถูกเรียกตัวฉุกเฉินว่าไม่ใช่เวรตามตารางปกติของคุณ

3. Death (การเสียชีวิต) ใช้หลักฐานใบมรณะบัตร, จดหมายยืนยันจากโรงพยาบาล, หรือเอกสารยืนยันจากแพทย์

4. Emergency circumstance (สถานการณ์ฉุกเฉิน) ใช้หลักฐานข้อมูลของสถานการณ์ฉุกเฉิน, วันที่เกิดเหตุการณ์ และสถานที่เกิดเหตุ

5. Government travel ban (ถูกสั่งห้ามเดินทางโดยรัฐบาล) ใช้หลักฐานการประกาศจากหน่วยงานรัฐ, วันที่ถูกสั่งห้ามเดินทาง, ข้อมูลประเทศที่ถูกสั่งห้าม  

6. Home Emergency (เหตุการณ์ฉุกเฉินในที่พักอาศัย) ใช้หลักฐานแยกตามสาเหตุดังนี้

- Burglary, Flood or Malicious Damage to your home (กรณีปล้น, วาตภัย และการถูกปองร้าย) ใช้หลักฐานใบแจ้งความ, บันทึกประจำวันจากตำรวจ หรือ หลักฐานการยอมรับจากบริษัทประกันภัยที่พักอาศัยของคุณ

- Fire at your home (กรณีอัคคีภัย) ใช้หลักฐานใบแจ้งความ หรือ บันทึกประจำวันจากตำรวจ, ใบรับรองจากเขต หรือ ที่ว่าการอำเภอ, รูปถ่ายสภาพความเสียหาย

7. Illness or Injury (การเจ็บป่วย / บาดเจ็บ) ใช้หลักฐานใบรับรองแพทย์ (ใบรับรองแพทย์จะต้องระบุอาการของคุณ ,มีการยืนยันว่าคุณ หรือ ผู้เข้าร่วมงานในกลุ่มของคุณไม่สามารถเข้าร่วมงานได้, มีใบเสร็จรับเงินค่าใบรับรองแพทย์ (หากคุณต้องการขอเงินคืนในส่วนนี้ด้วย) และวันที่เกิดเหตุ)

8. Court Summons (ถูกเรียกตัวจากศาลในฐานะพยาน) ใช้หลักฐานหมายเรียกจากศาล 

9. Pre-existing Medical Condition (อาการเจ็บป่วยที่สามารถคาดเดาได้ก่อน) ใช้หลักฐานใบรับรองแพทย์ (ใบรับรองแพทย์จะต้องระบุอาการของคุณ ,มีการยืนยันว่าคุณ หรือ ผู้เข้าร่วมงานในกลุ่มของคุณไม่สามารถเข้าร่วมงานได้, หากมีการเปลี่ยนแปลงการรักษาภายใน 2 เดือนระหว่างที่ทำการจองบัตร, มีใบเสร็จรับเงินค่าใบรับรองแพทย์ (หากคุณต้องการขอเงินคืนในส่วนนี้ด้วย) และวันที่เกิดเหตุ 

10. Pregnancy Related Complications (ภาวะแทรกซ้อนระหว่างการตั้งครรภ์) ใช้หลักฐานใบรับรองแพทย์ (ใบรับรองแพทย์จะต้องระบุอาการของคุณ ,มีการยืนยันว่าคุณ หรือ ผู้เข้าร่วมงานในกลุ่มของคุณไม่สามารถเข้าร่วมงานได้, มีใบเสร็จรับเงินค่าใบรับรองแพทย์ (หากคุณต้องการขอเงินคืนในส่วนนี้ด้วย) และวันที่เกิดเหตุ)

11. Public transport Failure (ความผิดพลาดของระบบขนส่งมวลชน) ใช้หลักฐานสำเนาของเอกสารแจ้งเรื่องความผิดพลาดของระบบขนส่งมวลชน (เช่น หนังสือรับรองจากบีทีเอส)

12. Redundancy (ถูกปลดจากงาน) ใช้หลักฐานจดหมายปลดจากการจ้างงานโดยผู้ว่าจ้างของคุณ

13. Relocated for work (การเปลี่ยนสถานที่ทำงาน) ใช้หลักฐานจดหมายยืนยันการย้ายสถานที่ทำงานจากผู้ว่าจ้างงานปัจจุบันของคุณ

14. Scheduled Airline Failure (เที่ยวบินถูกเลื่อน) ใช้หลักฐานสำเนา Booking Confirmation ของคุณ และใบแจ้งการยกเลิกเที่ยวบินจากสายการบิน

15. Theft of tickets (การถูกโจรกรรมบัตร) ใช้หลักฐานบันทึกประจำวันหรือใบแจ้งความจากตำรวจ, ข้อมูลจากบริษัทหรือองค์กรผู้จัดงานที่ยืนยันว่าไม่สามารถเปลี่ยนหรือทดแทนบัตรที่ถูกโจรกรรมได้

16. Vehicle: Mechanical Breakdown/ Accident/ Fire/ Theft (เกิดความเสียหายหรือชำรุดกับยานพาหนะของคุณ) ใช้หลักฐานแยกตามสาเหตุดังนี้

- Breakdown of a Vehicle (ความเสียหาย) ใช้หลักฐานสำเนาเอกสารสินไหมทดแทนโดยบริษัทประกันที่ดูแล

- Vehicle Accident (อุบัติเหตุ) ใช้หลักฐานใบแจ้งความหรือบันทึกประจำวันจากตำรวจ

- Vehicle Fire (อัคคีภัย) ใช้หลักฐานใบแจ้งความหรือบันทึกประจำวันจากตำรวจ, ใบรับรองจากเขตหรือที่ว่าการอำเภอ, รูปถ่ายสภาพความเสียหาย

- Theft of a vehicle (โจรกรรม) ใช้หลักฐานใบแจ้งความหรือใบบันทึกประจำวันจากตำรวจ, หนังสือยินยอมจากบริษัทประกันภัยรถยนตร์ของคุณ

คุณสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเรื่อง สาเหตุที่ขอเงินคืนได้/ไม่ได้ และใช้เอกสารอะไรบ้างใน  นโยบายประกันภัย Refund Protection

2.3  Additional Information เป็นส่วนที่ให้คุณแนบหลักฐานต่างๆ ตามสาเหตุที่คุณขอคืนเงิน โดยคุณสามารถแนบหลักฐานต่างๆได้เลย หรือแนบหลังจากการส่งคำขอครั้งแรกโดยจะมีระยะเวลาในการส่งเอกสารเพิ่มเติมภายใน 60 วันหลังจากที่คุณส่งแบบฟอร์มขอรีฟัน 

หากคุณมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถติดต่อกับทางทีมของ Refund Protect ที่อีเมล hello@refundprotect.me และอย่าลืมแนบ Booking Reference Number ในอีเมลด้วย 

ส่วนของไฟล์ที่แนบจะต้องส่งเป็นไฟล์ภาพ ขนาดไม่เกิน 10 MB 


*บางสาเหตุที่ขอเงินคืน อาจต้องระบุข้อมูลเพิ่มเติม เช่น กรณีขอคืนเงินเพราะเจ็บป่วย / บาดเจ็บ คุณจะต้องกรอกข้อมูลค่าใบรับรองแพทย์เพิ่มเติม ในช่อง Purchase Currency คือค่าเงินที่คุณชำระเงินตอนซื้อบัตร ให้เลือกเป็น Thai Baht และค่าใบรับรองแพทย์ในช่อง Doctor's/Hospital note fee 

2.4  Booking Details เป็นส่วนของรายระเอียดการสั่งซื้อที่คุณต้องระบุข้อมูลที่เกี่ยวกับงาน และวันเวลา ยอดเงินที่คุณซื้อบัตร

- Event Name (ชื่อของงานอีเว้นท์) คุณสามารถหาชื่ออีเว้นท์ได้ที่หน้าแรกของงานอีเว้นท์ที่คุณซื้อบัตร หรือคัดลอกจากในรายการคำสั่งซื้อของคุณในเมนู My Wallet ได้เลย

- Event Date (วันจัดงานอีเว้นท์) ระบุวันที่จัดงาน (หากมีหลายวันให้ใช้วันที่คุณจะไปงาน หรือวันแรกที่จัดงานแทน) 

- Venue Name (ชื่อสถานที่จัดงาน) ระบุสถานที่จัดงาน สามารถเช็คได้จากในหน้าอีเว้นท์บน www.eventpop.me โดยสามารถระบุเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็ได้

- Date of Purchase (วันที่ซื้อบัตร) ระบุวันที่ซื้อบัตร โดยอ้างอิงจากวันที่คุณทำรายการสั่งซื้อผ่าน Event Pop (สามารถเช็คได้จากใน My Wallet)

- Number Of Tickets (จำนวนบัตรที่ซื้อทั้งหมด) ระบุจำนวนบัตรที่ซื้อในรายการคำสั่งซื้อที่คุณขอเงินคืน

- Number of tickets claimed (จำนวนบัตรที่ขอเงินคืน) ระบุจำนวนบัตรที่คุณต้องการขอเงินคืน

- Purchase Currency (ค่าเงินที่คุณชำระเงินตอนซื้อบัตร) ให้เลือกเป็น Thai Baht

- Total Claim Amount (จำนวนเงินที่ต้องการขอเงินคืน) คุณสามารถกรอกยอดรวมที่จะขอเงินคืน

เมื่อกรอกข้อมูลครบแล้ว ระบบจะทำการคำนวณยอดรวมที่ขอเงินคืนให้กับคุณในช่อง Total transaction value

2.5 Account Holder Information เป็นส่วนของข้อมูลผู้ขอเงินคืนแนะนำให้ระบุตรงตามที่อยู่ปัจจุบันของคุณ โดยจะมีรายละเอียดดังนี้

- Your Name (as it appears on your Bank Account) ระบุชื่อของคุณโดยจะต้องตรงกับชื่อบนสมุดบัญชีของคุณ

- Post Code / Zip Code ระบุรหัสไปรษณีย์

- Address Street Line 1 ระบุบ้านเลขที่, หมู่, ชื่อหมู่บ้าน, ชื่ออาคาร, ซอย, ถนน

- Address Street Line 2 ระบุเขต/อำเภอ และ แขวง/ตำบล ของคุณ

- City ระบุจังหวัด

- Country เลือกประเทศ

2.6 Payment Information เป็นส่วนของข้อมูลบัญชีธนาคารที่คุณต้องกรอกสำหรับคืนเงิน

- You Bank Name (ชื่อธนาคาร)

- Bank country (ประเทศของธนาคาร)

- Bank State (รัฐของธนาคาร) *ช่องนี้ไม่ต้องกรอก

- Your Bank Address (ที่อยู่ของธนาคาร)

- Bank Zip (รหัสไปรษณีย์ของธนาคาร)

- Bank City (จังหวัดของธนาคาร)

- IBAN (Code สำหรับธนาคารยุโรป) *กรอก Swift Code ใส่ได้เลย

- SWIFT / BIC (Swift Code ของธนาคารที่คุณใช้)

คุณสามารถเช็คหมายเลข Swift Code และที่อยู่ของธนาคารต่างๆ ในประเทศไทยได้ตามข้อมูลด้านล่างนี้

ธนาคารกรุงเทพ

  • Bangkok Bank Public Company Limited (BBL)
  • 333 Silom Road Bangrak, Bangkok 10500
  • Tel: (66 2) 231-4333 Fax: 2236-8281-2
  • SWIFTCODE   : BKKBTHBK (www.bangkokbank.com)

ธนาคารไทยธนาคาร

  • BankThai Public Company Limited
  • 44 North Sathorn Rd Silom, Bangrak, Bangkok 10500
  • Tel: (66 2) 638-8000 Fax: 2633-9044
  • SWIFTCODE   :   UBOBTHBK   (www.bankthai.co.th)

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

  • Bank of Ayudhya Public Company Limited (BAY)
  • 1222 Rama 3 Road, Bang Phongphang Yannawa, Bangkok 10120
  • Tel: (66 2) 296-2001 , 2683-1000 Fax: 2683-1304
  • SWIFTCODE   : AYUDTHBK (www.krungsri.com)

ธนาคารกสิกรไทย

  • KASIKORNBANK Public Company Limited (KBANK)
  • 1 Soi Kasikornthai Ratburana Rd, Bangkok 10140
  • Tel: (66 2) 222-0000 Fax: (66 2) 470- 2749
  • SWIFTCODE   :   KASITHBK (www.kasikornbank.com)

ธนาคารกรุงไทย

  • Krung Thai Bank Public Company Limited (KTB)
  • 35 Sukhumvit Road, Klong Toey Nua Wattana, Bangkok 10110
  • Tel: (66 2) 255-2222 Fax: 2255-9391-6
  • SWIFTCODE   : KRTHTHBK (www.ktb.co.th)

ธนาคารนครหลวงไทย

  • Siam City Bank Public Company Limited (SCIB)
  • 1101 New Petchburi Road Makkasan, Rajthewi, Bangkok 10400
  • Tel: (66 2) 253-0200
  • SWIFTCODE   : SITYTHBK (www.scib.co.th)

ธนาคารไทยพาณิชย์

  • Siam Commercial Bank Public Company Limited (SCB)
  • 9 Ratchadaphisek Road Ladyao, Jatujak, Bangkok 10900
  • Tel: (66 2) 544-1111 Fax: 2544-5000
  • SWIFTCODE   : SICOTHBK (www.scb.co.th)
ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์
  • Standard Chartered Bank (Thailand)
  • (formerly Nakornthon) 90 North Sathorn Road Bangkok 10500
  • Tel: (66 2) 2724-4000
  • SWIFTCODE   : SCBLTHBX (www.standardchartered.co.th)

ธนาคารทหารไทย

  • TMB Bank Public Company Limited
  • (formerly Thai Military Bank) 3000 Phaholyothin Rd Chatuchak, Bangkok 10900
  • Tel: (66 2) 299-1111 273-7020 Fax: (66 2) 273-7118
  • SWIFTCODE   : TMBKTHB (www.tmbbank.com)

ธนาคารยูโอบี

  • Union Overseas Bank (Thai) [UOB Thailand]
  • 191 South Sathorn Road Yannawa, Bangkok 10120
  • Tel: 0-2285-1555 Fax: 0-2287-2973-4
  • SWIFTCODE   : BKASTHBK (www.uob.co.th)

ธนาคารออมสิน

  • GOVERNMENT SAVINGS BANK
  • BUILDING 1, 470 PHAHOLYOTHIN ROAD, SAMSEN NAI, PHAYATHAI, Bangkok 10400
  • Tel: 02 299 8000
  • SWIFTCODE   : GSBATHBK (www.gsb.or.th)

ธนาคารธนชาติ

  • Thanachart Bank PCL (TBANK)
  • 444 MBK Tower, Phayathai Road, Wangmai, Pathumwan, Bangkok 103330 Thailand
  • Tel: (66) 0-2217-8000, Fax: 0-2217-8333
  • SWIFTCODE   : THBKTHBK (www.thanachartbank.co.th)

ธนาคาร CIMB Thai

  • CIMB Thai Bank PCL (CIMB)
  • 44 Langsuan Road, Lumpini, Pathum Wan, Bangkok 10330 Thailand
  • Tel: (66) 0-2626-7777
  • SWIFTCODE   :   UBOBTHBK   (www.cimbthai.com)

เมื่อกรอกข้อมูลครบทุกอย่างแล้ว คุณจะต้องติ๊กถูกในช่อง  "I/we agreed to the attached Term and Conditions" (ฉัน/พวกเรา ยอมรับเงื่อนไขและข้อตกลงตามเอกสารที่แนบนี้) และช่อง "I/we declare that the information contained in this claim from is true and correct to the best of my/our belief" (ฉัน/พวกเรา ยืนยันว่าข้อมูลต่างๆที่ใช้ประกอบการขอคืนเงินนี้เป็นของจริงและถูกต้องด้วยความสัตย์จริง) และกดปุ่ม "Summit Claim" เพื่อทำการส่งคำร้องขอคืนเงิน

ทางเจ้าหน้าที่ของ Refund Protect จะทำการตรวจสอบเอกสาร และแจ้งผลการขอคืนเงินกลับทางอีเมลที่คุณระบุไว้ในลำดับถัดไป

บทความนี้ช่วยเหลือคุณได้หรือไม่? ขอบคุณสำหรับคำตอบ There was a problem submitting your feedback. Please try again later.

ยังคงต้องการความช่วยเหลือ? ติดต่อเรา ติดต่อเรา